แม้ว่าพื้นที่ในย่านรังสิตมีชุมชนหนาแน่น แต่แทบไม่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ระดับเมืองอยู่เลย แต่ในอีกไม่นาน ชาวธรรมศาสตร์รังสิต และประชาชนทั่วไปจะมีสวนสาธารณะเขียวๆ ไว้ฟอกอากาศกันแล้ว

ด้วย สวนป๋วย สวนสาธารณะแห่งการเรียนรู้ แห่งอนาคตและความยั่งยืนของชาวธรรมศาสตร์ เพื่อประชาชน บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ บุคคลสำคัญของโลก ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ในวาระ 100 ปีชาตกาล

โดยสวนแห่งนี้ ไม่ใช่สวนสาธารณะแบบทั่วไป แต่เป็นสวนที่สะท้อนความคิดและจิตวิญญาณของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ตามคำกล่าว “ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ …” หนึ่งในนิยามคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานที่อาจารย์ป๋วย กล่าวไว้ในข้อเขียนชิ้นอมตะ “คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2516

“ธรรมศาสตร์มีประโยคว่า ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้รักประชาชน ส่วนมหาวิทยาลัยสีเขียวเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืนก็คือ 2 เรื่องนี้ เพราะฉะนั้น เราจะดึง 2 คำมาทำให้กลายเป็นคำใหม่ของเราคือ People and Sustainability จากเดิมมี People นี่ก็ต้องมี Sustainability ด้วย” 

พื้นที่กว่า 100 ไร่
จึงเป็นพื้นที่ที่คิดถึงทั้งคน ประชาชน ธรรมชาติ และไม่ทิ้งจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์

อาคารป๋วย 100 ปี 

เป็นอาคารพร้อมสวนสาธาณะ มีความพิเศษคือเป็นตึกรูปตัว H สร้างอยู่ใต้หลังคาที่เป็น ‘พูนดิน’ ซึ่งมีความหมายสอดคล้องชื่ออาจารย์ป๋วย และพูนดินที่ว่าไม่ใช่แค่การจับดินมาถม แต่เป็นพื้นที่สีเขียวภายใต้คอนเซปต์ของ ‘ภูเขา’ ที่เราเดินขึ้นไปชมได้และมีห้องเรียน หรือพื้นที่ทรงครึ่งวงกลม (amphitheater) ที่เอื้อให้จัดกิจกรรมได้หลากหลาย

นอกจากเป็น ‘หลังคาสีเขียว’ ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและช่วยให้อาคารร่มเย็น หลังคาพูนดินนี้ยังมีพื้นที่สำหรับติดโซลาร์เซลล์เพื่อเป็นแหล่งพลังงานด้วย

พาทุ่งรังสิตกลับมา
และเพิ่มพื้นที่การเรียนรู้วิชา “ประชาธิปไตย”

แม้ทุกวันนี้พื้นที่ย่านรังสิตจะมีกลิ่นอายความเป็นเมืองอบอวลขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าหันกลับไปมองอดีต พื้นที่ตรงนี้เคยเป็น ‘ทุ่งรังสิต’ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำที่อุดมสมบูรณ์มาก่อน

อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปีตั้งใจจะไม่ทิ้งคุณค่าเชิงนิเวศของพื้นที่นี้และฟื้นฟูมันกลับมา การออกแบบในเชิงนิเวศจึงมีกลิ่นอายของทุ่งหญ้าพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งมีน้ำกร่อยเต็มที่

และในสวนสาธารณะ ยังถูกออกแบบเพื่อให้เป็นห้องเรียนกลางแจ้งที่จะสอนผู้มาเยือนให้รู้จักคำว่า ‘ประชาธิปไตย’ อันอยู่คู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาเนิ่นนาน ถ้ามองมุมห้องเรียน พื้นที่ของอุทยานจะแบ่งได้เป็น 4 ส่วน แทนหัวใจของประชาธิปไตย นั่นคือ ประชาชน เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ

ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่

Social Science
– ลานแสดงกลางแจ้ง
– ลานพักผ่อน/แลกเปลี่ยนความรู้
– เส้นทางเรียนรู้

Science & Technology
– พื้นที่เรียนรู้ของฝายชะลอน้ำ
– พื้นที่เรียนรู้ป่าชุ่มน้ำ
– เนินวีรชนคนตุลา

Hygienics and Sport Science
– เส้นทางวิ่งเพื่อสุขภาพ
– ศูนย์กีฬากลางแจ้งขนาดกลาง
– ศูนย์กีฬากลางแจ้งขนาดเล็ก
– ลานปฏิมากรรม สามัญชน คนธรรมศาสตร์
– ศูนย์สุขภาพ
– ลานกิจกรรมสาธารณะ